คำตอบที่มาจากกำลังใจ

posted on 05 Mar 2009 00:02 by pa-tong-koe

 

กำลังใจ

 

 

"กำลังใจเปรียบเสมือนหยาดฝนที่หลั่งรินสู่พื้นแผ่นดินที่แห้งผากให้กลับมาสดชื่นสดใสอีกครั้ง"

 

แผ่นดินที่แห้งผาก  แล้ง  ไร้ความอุดมสมบูรณ์ คงเปรียบได้กับช่วงชีวิตของเราที่ต้องโดนมรสุมปัญหาถาโถมรุมเล้าเข้ามามิได้หยุดหย่อน ราวกับว่าโลกทั้งโลกเราแบกมันไว้เพียงคนเดียว

 

ช่วงที่ผ่านมาพี่กอล์ฟของผมต้องตกอยู่ในสภาวะแบบนั้น

 

หลายเรื่อง หลากปัญหา ถาโถมกระหน่ำเข้ามา จนถึงกับต้องล้มหมอนนอนเสื่อไปอยู่พักหนึ่ง

 

คงอย่างคำกล่าวที่ว่า "ป่วยกายหายง่าย  ป่วยใจหายยาก"

 

พี่กอล์ฟของผมเป็นโรคป่วยใจ 

 

ผมได้แต่เฝ้าคิดว่า "โอสถใดหนอที่ใช้รักษาให้หายได้ ผมจะเสาะแสวงหามา"

 

เหมือนคำเฝ้าคิดอธิษฐานวอนขอของผมจะไปถึงหูทิพย์ของเทวดาองค์ใดมิทราบได้

 

ทราบได้เพียงแต่ว่าพี่กอล์ฟของผม(แม้ตัวผมเอง)ได้รับโอสถทิพย์เรื่อยมาไม่เคยขาด

 

มีแต่มากขึ้นทุกวัน ๆ จนแม้กระทั่งบัดนี้ ผมมียาทิพย์ที่เรียกว่า "กำลังใจ" มากมายเหลือเฟือ

 

มากมายจนสามารถเอามาแจกจ่ายให้กับทุกคนที่ต้องการได้

 

 

จากผมที่เคยเป็นผู้รับยา  ตอนนี้ผมกลายเป็นผู้แจกจ่ายยาไปเสียแล้ว

 

ผมเคยหาที่มาของยาที่ชื่อว่า"กำลังใจ"มาจากไหน

 

ทราบไหมครับว่า...........คำตอบที่ผมได้คืออะไร ???

 

พวกคุณต้องไม่เชื่อแน่ๆ ว่าคำตอบที่ผมได้ก็คือ

 

..........................................................

 

...........................................

 

.........................

 

พวกคุณนั่นแหละที่กำลังอ่านเรื่องของผมอยู่ในตอนนี้

 

ขอบคุณนะครับที่ให้ยาดีๆกับพี่กอล์ฟและผม

 

แล้วถ้าวันใดคุณต้องการยาขนานนี้

 

ถ้าผมทราบจะรีบตามเอาไปให้เพื่อใช้รักษาอย่างทันท่วงทีเลยครับ

 

 

แผ่นดินที่แห้งผากแล้วฟื้นกลับคืนมาชุ่มชื่นด้วยสายฝนฉันใด

ชีวิตของพี่กอล์ฟกับผมช่วงที่มีปัญหาก็ผ่านมาได้ด้วยกำลังใจของทุกคน

ที่ทำให้ชีวิตของเราสองกลับมาสุขสดชื่นฉันนั้น

 

 

คำตอบของข้อเท็จจริง

 

คิดตัดสินใจอยู่เหมือนกันนะครับว่าจะเขียน ข้อเท็จจริงเหล่านี้ออกมาดีไหม

 

ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมกลัวว่าระหว่างเขียน ตัวผมเองอาจจะถูกอารมณ์เข้าครอบงำ

 

แล้วทำให้สิ่งที่ผมต้องการจะเขียนมันผสมไปด้วยอารมณ์ ไม่มีเหตุผล

 

ซึ่งไม่ใช่จุดประสงค์ที่แท้จริงของผมที่จะเขียน  มันจะกลายเป็นการแก้ตัว

 

แต่สิ่งที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ เป็นเพียงอีกมุมมองหนึ่งที่ผมอยากจะเสนอให้ทุกคนได้มองเพื่อประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริง

 

อย่างที่หลายๆคนรู้ว่าในกระทู้ของพี่กอล์ฟที่เคยเอาเรื่องไปลงได้เกิดเป็นกรณีพิพาทขึ้น ซึ่งเรื่องทั้งหมดมันมาจากความไม่เข้าใจกัน เพียงแต่ประการเดียว

 

การที่พี่กอล์ฟหรือผมไม่ได้ลบโพสของคนที่ไปกล่าวว่าเจ้สอง ก็เพราะว่าผมกับพี่กอล์ฟไม่รู้ว่ามีโพสอะไรทำนองนั้นอยู่ในกระทู้ เพราะไม่มีเวลาเข้ามาเลย พอมีเวลาเข้ามาก็เห็นว่าหน้ามันเพิ่มเยอะไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่ได้กลับไปอ่าน เพราะคิดว่ายังไงๆ เลยเที่ยงนี้ของวันนี้ไป (28 ก.พ.) กระทู้นี้ก็คงหายไป และในช่วงนั้นเองผมกับพี่กอล์ฟก็ติดคุย msn กับเพื่อนๆหลายคนมาก ประกอบกับอาการป่วยและเสียใจของพี่กอล์ฟทำให้ผมต้องพาพี่กอล์ฟไปโรงพยาบาล ไม่ได้เข้ามาดูกระทู้อีกเลย จนเย็นของอีกวันซึ่งในขณะนั้น กระทู้ถูกย้ายไปห้องลับแล้ว แต่เรื่องยังไม่จบเท่านั้น

 

ทางเจ้สองซึ่งเป็นผู้ดูแลควบคุมห้องนิยายและถูกว่าในกระทู้ของพี่กอล์ฟโดยบุคคลอื่น ซึ่งเป็นใครมาจากไหนก็มิอาจทราบ ได้ไปตั้งกระทู้ใหม่เพื่อเจาะจงว่าพี่กอล์ฟโดยตรง ทั้งนี้อาจจะเป็นไปได้ที่เจ้เข้าใจไปเองว่าการที่พี่กอล์ฟไม่ลบโพสของคนที่ว่าเจ้สองออก เพราะพี่กอล์ฟเห็นด้วยกับโพสของคนนั้น และการที่พี่กอล์ฟลบเรื่องออกนั้นเพราะโดนเจ้สองเตือน ซึ่งเหตุผลนั้นไม่จริงแต่ประการ พี่กอล์ฟตัดสินใจลบเรื่องออกก่อนแล้ว

 

โดยที่ความจริงแล้ว "พี่กอล์ฟและตัวผมเองไม่ได้รู้เห็นโพสข้อความนั้นเลย" ตัวผมเองเพิ่งมาเห็นก็ตอนที่เจ้สองมาตั้งกระทู้ใหม่แล้วอ้างอิงถึง (ตอนนี้พี่กอล์ฟเองก็ยังไม่รู้ พี่กอล์ฟเข้าใจแต่ว่าเรื่องของตัวเองถูกลบไปแล้ว เลยยังไม่ได้มา อันนี้ผมห้ามเล่นเน็ทด้วย เพราะป่วยอยู่ ถ้าหายป่วยผมไม่รู้จะหาข้อห้ามอะไรอีก)

 

นอกจากที่ผมรู้มา มีคนบอกว่านอกจากเขาจะว่าเจ้สองแล้ว ยังว่าพี่กอล์ฟกับผมอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอ มีการไปว่าเจ้สองและคนเขียนเรื่องอื่นในกระทู้ที่พี่กอล์ฟเคยเอาชื่อมาโดยไม่ขอเขาก่อน แต่พี่กอล์ฟก็ขอโทษไปแล้ว เขาก็รับคำขอโทษทำให้เรื่องนั้นจบไป

 

เรื่องที่ไม่จบก็คงมีแต่เจ้สองที่ไปตั้งกระทู้ใหม่ โดยมีใจความสรุปได้ว่า

- พี่กอล์ฟไม่ลบโพสนั้นถือว่าเห็นด้วยกับการว่ากล่าวนั้น (ทั้งๆพี่กอล์ฟไม่รู้เลยว่ามี ถ้ารู้คิดเหรอครับว่าพี่กอล์ฟจะไม่ลบ และมันเองก็ไม่ได้ว่าเจ้สองคนเดียว มันว่าพี่กอล์ฟกับผมด้วย (อันนี้มีคนบอกเพราะผมเองไม่เห็น) ถ้าพี่กอล์ฟหรือผมรู้เห็นจริงอย่างน้อยก็ต้องลบโพสที่มีคนว่าตัวเองออก อันนี้คิดอย่างง่ายๆเห็นแก่ตัว)

 

 

ซึ่งผมก็ยอมรับผิดว่ามันเป็นกระทู้ของพี่กอล์ฟ พี่กอล์ฟดูแลไม่ดีทำให้มีคนมาโพสโดยใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมได้ นั่นคือความผิดพลาดของพี่กอล์ฟ ที่ไม่ดูแลกระทู้ให้ดี

 

แต่กับที่เจ้สองทำ มันเป็นการเกินกว่าเหตุไปไหม  ถ้าเจ้สองเจอแล้วบอกว่าให้เวลามาในการลบออก เมื่อเห็นว่ายังไม่ลบออก ก็น่าจะส่งข้อความส่วนตัวมาบอกกล่าวก่อน แต่นี่มีเลย

 

สิ่งที่เจ้สองทำคือก็เริ่มใช้คำที่ไม่สุภาพ เสียดสี ประชดประชันพี่กอล์ฟต่างๆ (รวมไปถึงคนที่คอยให้กำลังใจพี่กอล์ฟด้วย) แล้วให้เหตุผลกับทุกคนว่า ที่พูดจาแรงๆแบบนั้นเป็นนิสัยส่วนตัวมาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งผมก็เข้าใจ แต่เจ้สองคงลืมไปว่าคำพูดกับคนบางคน ถึงเป็นคำเดียวกัน แต่มันแตกต่างกันมาก การที่เจ้สองต้องทำงานกับคนส่วนมากในหน้าที่ดูแลบอร์ดก็ควรที่จะปรับตัวเรียนรู้ในจุดตรงนี้เหมือนกันว่าไหมครับ อันนี้เป็นมุมมองของผม

 

เหตุที่ผมทำคำสีส้ม เพราะผมมาพิจารณาคิดไตร่ตรองดูแล้วว่า "ถึงแม้เจ้สองจะเป็นผู้ใหญ่กว่า เราควรจะเคารพแต่การที่ผู้ใหญ่ทำตัวไม่น่าเคารพก็มี เราในฐานะที่เด็กกว่ามีอยู่สองทางเลือกคือ ช่วยบอกเป็นทางอ้อมหรือปล่อยวางไปเลย

 

ถามว่าทำไมต้องบอกอ้อมๆ ก็อย่างที่เห็นครับ สถานการณ์ตอนนั้นบอกตรงๆคงไม่ได้ ผมเพียงต้องการจะสื่ออะไรบางอย่างเพื่อให้เจ้สองได้ย้อนกลับมามองตัวเองว่า "ทำไม ผมถึงว่าเจ้สองกลับคืนไป"

 

อย่างที่เจ้สองโพสว่าพี่กอล์ฟด้วยถ้อยคำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ทันทีที่ผมอ่าน ผมก็มองว่ามันเป็นความผิดของเราจริง แต่เราก็ควรอธิบายเหตุผลทุกอย่างให้ทุกคนเข้าใจ แล้วก็แอบลองดูซิว่าถ้าผมหยอดไปว่าเจ้สองแล้วเจ้สองจะย้อนกลับมาดูที่ตัวเองหรือไม่

 

แต่เปล่าเลย กลับมีคนมามองไปอีกมุมหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ผิด คนเรามองได้หลายมุม ผมเลยตัดสินใจไปเปลี่ยนเอาสีส้มออกแล้วใส่เพลงแทน เพราะสังเกตเห็นแล้วว่า ให้อ่านตอนนี้ก็คงไม่มองย้อนเข้ามาในสิ่งที่ตัวเองทำได้ เพราะความโกรธ ความถือว่าทิฐิว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่มีอำนาจหน้าที่และบุญคุณกับบอร์ดนี้ มาบังตาบังใจทำไม่มองเห็นสิ่งที่ตนเองกำลังทำ มีแต่มองเห็นโทษของคนอื่นที่ทำ (โทษของคนอื่นเท่าภูเขา โทษของตัวเองเท่าเส้นผม)

 

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมจะย้อนเจ้สองว่า ทีพี่กอล์ฟทำผิดแล้วเจ้สองว่าด้วยคำแรงๆได้แล้วอ้างว่าเป็นมาแต่ไหนแต่ไร  ผมเองก็จะย้อนว่าวิธีการ ว่าคืนกลับโดยใช้ตัวหนังสือสื่อความหมายของผมก็เป็นนิสัยมาแต่ไหนแต่ไรเหมือนกัน คงจะสนุกใช่เล่น การที่ผมไม่ว่าย้อนคืนกลับไปอย่างที่คิดเพราะว่า ผมพิจารณาแล้วว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเท่าไหร่ มีแต่จะทำให้ผิดใจกันเปล่าๆ

 

การที่ผมไม่ทำอะไรอีก เพราะอย่างที่บอก ผมได้ทำในสิ่งที่ผมสมควรทำไปแล้ว

 

คือยอมรับผิดและขอโทษในสิ่งที่ทำผิด พร้อมกับพยายามบอกเจ้สองในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่เพื่อให้มองย้อนเข้ามาดูการกระทำของตนเอง

 

มีหลายคนบอกให้ผมอย่ายอมแพ้ ให้สู้ๆ ผมก็งงว่าให้ผมสู้กับอะไร ในเมื่อผมได้สู้กับใจตัวเองให้ชนะความโกรธด้วยการให้อภัยไปแล้ว ที่เหลือก็เป็นเรื่องของใจใครใจมันแล้วครับ

 

 

ปอลอ ป่อล่อ ป้อล้อ ป๊อล๊อ ป๋อล๋อ  ผมเขียนเรื่องอย่างนี้ม่ายเก่งเลยคั๊บ  เขียนเป็นแต่แนวหวานๆใสซื่อตามบุคลิก 555 เกือบลืม ผมสงวนสิทธิ์ในการเขียนบทความนี้นะคั๊บ ห้ามคัดเลือกแต่อย่างไร ห้ามเอาไปโพสที่อื่น ห้ามตัดต่อตกแต่งแต่อย่างใด แม้นำเอาไปอ้างอิง ให้ใช้อ่านได้ที่นี่ที่เดียว ใครอยากอ่าน อยากรู้อารายให้มาที่นี้นะคั๊บ (เรื่องบางเรื่องมันก็มีเหตุผลในตัวของมันคั๊บ 555)

 

 

 

 

ปอลอ  ป่อล่อ  ป้อล้อ  ป๊อล๊อ  ป๋อล๋อ ... ใครที่อ่านอยากอ่านบทความนี้ของผมให้เข้าใจ ต้องทำใจตัวเองให้ขาวสะอาด บริสุทธิ์ก่อนนะคั๊บ แล้วจะรู้ จะเห็น จะเข้าใจในทุกสิ่งอย่างที่ผมต้องการจะบอก  เกือบลืมบอก ศุกร์ เสาร์  อาทิตย์นี้ ผมกับพี่กอล์ฟจะไปธุระกันนะคั๊บ อาจจะเลยไปเที่ยวซักหน่อย 555