ขอสารภาพและยอมรับผิด 1

   

 

ยอมรับว่ากว่าจะเขียนคำตอบนี้ออกมาได้  ผมใช้เวลาในการคิดและทำใจอยู่นาน

 

 

เพราะอะไรเหรอครับ ???

 

 

เพราะการที่ผมเขียนเล่าสิ่งที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ มันเหมือนเป็นการเขียนตอกย้ำความผิดของตัวเองแต่ผมก็จะทำ ผมให้สัญญากับตัวเองแล้วว่า ในเมื่อผมกล้าทำก็ต้องกล้ารับ ผมมันลูกผู้ชาย(ที่รักผู้ชาย)ซะอย่าง  อีกอย่างมันจะได้คอยเป็นสิ่งเตือนใจผมไปตลอดชีวิต ถ้าผมจะรักกับคนที่ชื่อว่า "พี่กอล์ฟ"

 

 

ที่จริงเนื้อหาของ blog อันนี้ผมตั้งใจจะเขียนตั้งแต่ตอนเกิดเรื่องขึ้นแรกๆ แต่ด้วยความไม่สะดวกหลายประการคือ ตัวผมเองตั้งแต่เกิดเรื่องก็ไปอยู่ที่บ้านอาแหมะโดนสั่งเก็บตัวและยึดทรัพย์สินสิ่งของที่จะเอื้อต่อการติดต่อกับโลกภายนอกทั้งหมด ให้อยู่ด้วยกันกับพี่กอล์ฟในห้องตลอดเวลาเท่าที่จะเป็นไปได้ (ยกเว้นเวลาไปเรียน เรียนเสร็จแล้วก็ต้องรีบกลับ ให้คนขับรถไปรับไปส่ง ห้ามไปไหนทั้งนั้น แม้กระทั่งซ้อมบาส ผมเลยอดเป็นตัวจริงในการแข่งกีฬาระหว่างคณะเลย แต่ไม่เป็นไร ผมยอมรับโดยดุษฎี) ผมเลยไม่มีอินเตอร์เน็ทที่จะติดต่อ มีแอบใช้บ้างเวลาไปเรียน และขออาแหมะเมื่อจำเป็นต้องใช้จริงๆเพื่อการเรียน

 

ชีวิตกว่าครึ่งเดือนที่ผมไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือ ไม่ได้ท่องอินเตอร์เน็ท(มีบางครั้งที่แอบเล่น) ไม่มีรถใช้เอง ไม่ได้ดูโทรศัพท์ ฟังเพลง ไม่ได้ออกไปเดินซื้อของ ไม่ได้ไปไหนต่อไหน และไม่ได้อะไรอีกหลายๆอย่าง เพื่อให้ผมใช้เวลาเหล่านั้นอยู่กับคนที่ผมรัก

 

คนรักที่ผมเพิ่งทำร้ายเขามา ทำร้ายจนไม่น่าให้อภัยเป็นอันขาด

 

 

 

เรื่องทั้งหมดผมเป็นคนผิดเอง ผิดตั้งแต่วันนั้น

วันที่ผมไปส่งพี่กอล์ฟเพื่อซ้อมเดินแบบให้กับงานประจำจังหวัดที่มีอาแหมะเป็นกรรมการจัดงานร่วมอยู่ด้วย

ผมยอมรับว่าวันนั้นผมหึงและน้อยใจให้กับพี่กอล์ฟมาก

หึงที่พี่กอล์ฟไปเล่น พูดคุยกับคนจัดคิวเดินแบบ ทั้งที่ดูก็รู้ว่าท่าทางของเขานั้นมาเพื่อจีบพี่เป็นแน่ แต่พี่ไม่มีแววที่จะปฏิเสธ หรือพูดปัดอะไรอีกออกไปเลย ผมเลยตั้งใจว่าวันนั้นผมจะไม่ไปเรียน(ก็มีเรียนบ่ายแค่วิชาเดียว)เพื่ออยู่ดูแลและปกป้องพี่กอล์ฟผู้เป็นที่รักของผม แต่พี่กอล์ฟกลับไล่ผม บอกให้ผมกลับไปเรียน ตอนนั้นผมน้อยใจพี่กอล์ฟมากๆ ผมเลยอธิบายเหตุผลให้พี่ฟังด้วยเสียงที่เข้มและดังกว่าเดิมแต่พี่ก็ไม่ยอมฟัง จนผมหมดวิธีที่จะพูดตั้งใจว่าจะลงจากรถไปยืนทำอารมณ์อยู่ข้างรถแล้วค่อยกลับเข้าไปพูดใหม่ แต่ตอนที่ผมจะปิดประตูรถ มันหลุดมือทำให้เกิดเสียงดังจนพี่กอล์ฟสะดุ้ง

 

 

ตอนนั้นพี่กอล์ฟคงคิดว่าผมปิดประตูรถด้วยอารมณ์ที่โกรธ ผมมองเข้าไปในรถผมเห็นพี่กอล์ฟข้ามมานั่งฝั่งคนขับแล้วติดเครื่องออกไปโดยไม่หันมาสนใจผมเลย ความน้อยใจของผมเริ่มเพิ่มเป็นทวีคูณ ในเมื่ออยากให้ผมไปเรียนผมก็จะไปเรียน สุดท้ายผมก็ต้องขึ้นรถสองแถวไปเรียน วันนั้นทั้งวันผมเรียนไม่รู้เรื่อง ในหัวผมมันมีแต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ จนผมทนเรียนต่อไปไม่ไหว ขออนุญาตอาจารย์ผู้สอนออกมาแล้วโทรศัพท์หาพี่กอล์ฟทันที  ผมโทรติด

 

แต่...............พี่กอล์ฟไม่รับสาย  เป็นอย่างนี้จนหมดเวลาเลิกเรียน ผมรีบวานให้เพื่อนไปส่งผมที่ห้องทันที

 

 

ผมกลับมาถึงห้อง ก็ไม่เจอพี่กอล์ฟ ผมรีบคว้ากุญแจอีกคันขับไปดูที่งาน ก็ไม่เจอพี่กอล์ฟ เขาบอกว่าพี่กอล์ฟขอตัวออกมาตั้งแต่ทานข้าวเที่ยงเสร็จแล้วยังไม่ได้เข้ามาอีกเลย ผมรีบโทรไปเช็คกับที่บ้านอาแหมะแต่พี่กอล์ฟไม่ได้ไปที่นั่น

 

 

ผมเริ่มจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มีความรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังจะสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป แต่ในอีกใจหนึ่งก็ยังพร่ำบอกตัวเองว่า

พี่กอล์ฟอาจจะไปธุระที่อื่นก็ได้

แล้วทำไมไม่รับโทรศัพท์เรา

ก็ทำธุระอยู่เลยไม่ว่างไง

เอาน่า...ยังไงพี่กอล์ฟก็ไม่ทิ้งเราหรอก พี่กอล์ฟต้องกลับไปทำกับข้าวให้เราทาน พี่กอล์ฟรู้ว่าถ้าเราทานข้าวผิดเวลาโรคกระเพาะจะกำเริบ ยังไงพี่กอล์ฟก็ต้องกลับไปที่ห้องเพื่อทำกับข้าว ถ้าไม่ทำก็ต้องโทรบอกเราแล้วว่าให้หาอะไรทานเองไปก่อนเลย

 

 

ผมตัดสินใจกลับไปที่ห้องอีกครั้งแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าพี่กอล์ฟจะกลับมา ผมโทรศัพท์เป็นหลายสิบสาย เหมือนเดิมคือ โทรติดแต่ไม่รับสาย ตอนนี้ใจผมเริ่มไม่สุขแล้ว ผมเดินวนอยู่ในห้องเป็นหนูติดจั่น เดินไปโทรศัพท์ไปเช็คตามที่ต่างๆที่พี่กอล์ฟน่าจะไปแต่ก็ไม่มีใครเจอพี่กอล์ฟ

 

ยิ่งใกล้เวลาอาหารเย็นเข้ามาผมยิ่งกระวนกระวายใจ จนในที่สุดผมตัดสินใจหยิบขนมปังที่ยังพอมีติดตู้เย็นทานเพื่อพอประทังท้องไม่ให้โรคกำเริบ แล้วรีบคว้ากุญแจรถขับออกไปตระเวนหาพี่กอล์ฟทั่วเมือง ขับรถไปโทรศัพท์ไป ตอนนั้นเหมือนใจผมมันหลุดออกจากร่างไปแล้วครึ่งดวง ครึ่งดวงที่ยังเหลืออยู่ก็หวังว่ายังไงก็ต้องเจอพี่กอล์ฟให้ได้ จะเป็นจะตายยังไงผมก็ยอม ขอให้ได้เจอพี่กอล์ฟ

 

น้ำตาผมพาลจะไหลออกมาเอาดื้อๆ ได้แต่บอกตัวเองในใจว่าไม่ใช่เวลาที่จะมาอ่อนแอแล้วร้องไห้ เวลานี้คือเวลาที่ต้องออกตามหาพี่กอล์ฟ ถ้าหาไม่เจอมีหวังได้เสียพี่กอล์ฟไปแน่ ลางสังหรณ์ผมบอกอย่างนั้น

 

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

สองชั่วโมง

สามชั่วโมง

สี่ชั่วโมงผ่านไป

ผมเติมน้ำมันไปแล้วสองรอบ แต่ก็ยังไม่เจอพี่กอล์ฟ ผมตัดสินใจกลับไปที่ห้องอีกครั้ง เพื่อว่าจะเจอพี่กอล์ฟนอนอยู่บนเตียงแล้วก็ได้ แต่เปล่าเลย มีแค่ความว่างเปล่า ตอนนั้นผมเหมือนร่างที่ไร้วิญญาณ อารมณ์น้อยใจ เสียใจประดังเข้ามาจนผมอดที่จะร้องไห้ไม่ได้ น้ำตาผมไหล นานเท่าไหร่แล้วที่ผมไม่ได้เสียน้ำตาให้กับพี่กอล์ฟ

 

ผมนั่งร้องไห้ไป คิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าไป มือก็ยังกดโทรศัพท์ติดต่อไป แต่ก็ไม่มีการตอบรับใดๆทั้งสิ้น

 

ผมผิดเหรอที่ผมรักพี่แล้วหวงพี่หึงพี่อยากดูแลพี่

ทำไมพี่ต้องไล่ผมด้วย

พี่ขับรถหนีผมไปทิ้งผมไว้ไม่หันกลับมาดู

แล้วตอนนี้พี่อยู่ไหน

ทำไมพี่ไม่รับโทรศัพท์ผม

พี่กอล์ฟ พี่อยู่ไหน พี่อย่าทิ้งผมไปนะ

พี่กอล์ฟ พี่..............

ประโยคพวกนี้มันเข้ามาวนเวียนในหัวผม ยิ่งทำให้ผมเสียใจ น้อยใจและกลัว

กลัวที่จะเสียพี่กอล์ฟไป

ผมรู้ว่าพี่กอล์ฟไม่ชอบคนที่ทำอารมณ์ใส่เวลาโกรธ ไม่ชอบคนที่ทำประชดประชัน แต่เมื่อเช้านี้ผมไม่ได้ตั้งใจทำ

ที่ผมพูดเสียงดังใส่พี่เพราะผมอยากให้พี่เข้าใจความรู้สึกห่วงใยของผมบ้าง มันเป็นเสียงที่ดังกึกก้องอยู่ในใจผมมานานแล้ว

ที่ผมปิดประตูรถเสียงดังเพราะมันหลุดมือ ผมไม่ได้ทำใส่หรือประชดประชันพี่เลย

ผมอยากบอกให้พี่เข้าใจ ขอให้ผมเจอพี่อีกครั้ง แล้วผมจะบอกกับพี่อย่างนี้ แต่ตอนนี้พี่กอล์ฟไม่อยู่แล้ว พี่กอล์ฟหายไปไหน ผมนั่งร้องไห้คร่ำครวญกับตัวเองอยู่นาน จนคิดวิธีการหนึ่งขึ้นมาได้

 

 

ผมรีบต่อสายถึงอาป๊าทันที ผมเล่าทุกอย่างให้ป๊าฟังแล้วให้ป๊าช่วยส่งลูกน้องออกติดตามพี่กอล์ฟให้ที ถ้าเจอตัวให้จับใส่กุญแจมือเอาไปไว้ที่โรงพักเลย ผมจะไปรับตัวกลับมาเอง ที่จริงผมก็ไม่อยากรบกวนอาป๊าและใช้วิธีการนี้ เพราะป๊าเองก็อยู่ที่กรุงเทพกำลังวุ่นกับสถานการณ์บ้านเมืองที่ตรึงเครียดและวิธีการนี้มันดูโหดร้ายเกินไปแต่ในเมื่อผมจนปัญญาแล้วก็ไม่รู้จะใช้วิธีการไหนดี ขอพึ่งบารมีป๊าก็แล้วกัน ป๊าก็รับปากคงเป็นเพราะอาป๊าได้ยินเสียงผมที่สะอื้นไห้

 

 

คืนนั้นทั้งคืนผมไม่ได้นอน ขับรถออกตระเวนหาพี่กอล์ฟไปทั่ว ไปทุกที่ ที่ไปได้ ผมโทรศัพท์จนแบตหมด ผมโดนตำรวจเรียกหลายครั้งเพราะขับรถฝ่าไฟแดงบ้าง ขับรถเร็วเกินไปบ้าง ขับรถกินเลนบ้าง เพราะใจผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว ใจผมมันวิ่งแต่จะไปหาพี่กอล์ฟอย่างเดียว ตำรวจพวกนั้นพอเห็นว่าเป็นผม ก็รู้ว่าเป็นลูกอาป๊าเค้าก็ปล่อยไป แล้วยังบอกอีกว่ายังไม่เจอคนที่ต้องการตัว ทำให้ผมได้รู้ว่าอาป๊าสั่งมาทางลูกน้องแล้ว

อะไรกันขนาดตำรวจยังหาไม่เจอ ใจผมพาลหาเรื่องตำรวจไปด้วย

ใกล้เช้ามืดผมกลับมาที่ห้อง ผมลากสภาพตัวเองที่อ่อนเพลียจากการขับรถและอดนอนมาทั้งนอนมาทั้งคืนล้มตัวลงไปนอนพักที่โซฟาแล้วน้ำตาผมก็ไหลออกมาจนผมหลับไป

 

 

ผมนอนไปได้ซักพักก็สะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย

ผมฝันว่าพี่กอล์ฟเดินหันหลังให้ผม

ผมเรียกเท่าไหร่ก็ไม่หันกลับมา

ผมตื่นขึ้นพร้อมทั้งน้ำตาที่ยังไหล

 

ผมไปเข้าห้องน้ำเห็นสภาพตัวเองแล้วน่าสมเพศเป็นที่สุด

ผมเลยอาบน้ำแล้วดื่มนมรองท้อง ก่อนที่จะได้รับโทรศัพท์จากป๊าว่าเจอตัวพี่กอล์ฟแล้ว ตอนนี้อยู่ที่สถานีตำรวจ ผมรีบขับรถออกไปด้วยความเร็วอย่างไม่คิดชีวิต ในตอนนั้นใจผมเต้นพองโตเป็นที่สุด ดีใจยิ่งกว่าได้สิ่งอื่นใดกลับคืนมา ผมตั้งใจว่าจะต้องเคลียร์กับพี่กอล์ฟให้รู้เรื่อง ถึงพี่กอล์ฟจะโกรธยังไงก็จะยอมรับผิดทุกอย่าง

 

 

ไปถึงโรงพัก ผมเห็นพี่กอล์ฟนั่งอยู่ในห้องรับรองเป็นอย่างดีดูท่าทางอิดโรยยังอยู่ในเสื้อผ้าตัวเดิมตั้งแต่เมื่อวาน(ไม่ได้ถูกใส่กุญแจมือแต่อย่างไร) ผมเข้าไปคุยและขอบคุณลุงตำรวจที่เป็นเพื่อนของป๊าก่อนที่จะพาตัวพี่กอล์ฟกลับมาที่ห้อง

 

 

ระหว่างทางที่นั่งมาบนรถพี่กอล์ฟไม่พูดไม่คุยไม่ตอบคำถามผมซักคำ หน้าก็ไม่มองผมด้วยซ้ำ ความตั้งใจเดิมที่มีอยู่เริ่มหดหายกลับความน้อยใจขึ้นมาแทน พอถึงห้องได้พี่กอล์ฟเดินไปเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ผมถามว่าจะไปไหน ก็ไม่ยอมตอบ ทำเหมือนผมไม่ได้อยู่ในที่นั้นด้วย

 

 

ความน้อยใจผนวกกับความโกรธที่กำลังเริ่มก่อตัวของผมทำให้ผมเดินเข้าไปประชิดตัวพี่กอล์ฟ จัดการโอบกอดรัดแล้วอุ้มพี่กอล์ฟไปโยนลงบนเตียง  พี่กอล์ฟก็ยังไม่พูดกับผม ทำท่าเหมือนจะลุกขึ้น ผมเลยโน้มตัวลงไปนอนทับ แล้วจากนั้นผมก็................

 

.....................................

 

..............................

 

.......................

 

..............

.......

 

...

 

ขืนใจพี่กอล์ฟ

 

ผมทำไปด้วยอารมณ์ความโกรธปนความน้อยใจ

พี่กอล์ฟไม่ยอมส่งเสียงอะไรออกมาเลย ทำให้ผมขัดใจและเริ่มโกรธมากกว่าเดิม

ผมจึงรุนแรงกับพี่กอล์ฟมากกว่าเดิม จนเริ่มมีเสียงออกมาจากปากพี่กอล์ฟ ทำให้ผมเริ่มพอใจและคิดเอาเองว่าพี่กอล์ฟก็คงจะพอใจด้วยเช่นกัน  ตอนนั้นเสียงโทรศัพท์พี่กอล์ฟดังนั้น พี่กอล์ฟจะเอื้อมไปรับแต่ไม่ทันเป็นจังหวะที่ผมเอื้อมไปรับมาดูชื่อก่อนว่าเป็นใคร(คนในบอร์ดที่พี่กอล์ฟชอบคุยด้วยเป็นประจำ)ผมเลยกดรับสายแล้วเอาไปจ่อที่ปากของพี่กอล์ฟ ผมอยากแสดงความเป็นเจ้าของในตัวพี่กอล์ฟให้คนอื่นได้รู้ ให้รู้บ้างว่าตอนนี้ผมกับพี่กอล์ฟกำลังทำอะไร อารมณ์ตอนนี้ผมพาลโกรธและน้อยใจทุกคนไปหมดเลยตัดสินใจทำอย่างนั้นลงไป

 

พี่กอล์ฟพูดตอบกลับไปด้วยเสียงขาดๆหายๆปนเสียงครางที่เกิดจากการที่ผมกำลังยัดเยียดบำเรอให้ แล้วมือพี่กอล์ฟก็คว้าไปตัดสายทิ้ง ผมยังไม่สะใจพอเลยใช้หันไปคว้ามือถือของตัวเองมากดต่อสายของคนนั้นอีกแล้วเอาไปจ่อที่ปากของพี่กอล์ฟที่ตอนนั้นกำลังปลดปล่อยเสียงออกมาตามอารมณ์ของร่างกายแต่ในแววตาของพี่กอล์ฟบอกอย่างชัดเจนว่าในใจนั้นไม่มีอารมณ์ด้วยเลย

 

สายตาที่พี่กอล์ฟมองผมตอนนั้นเหมือนมองอะไรซักอย่างที่ไม่ใช่คน ผมเปรียบได้ว่าเหมือนมองหมาข้างถนนที่กำลังผสมพันธุ์กัน จนผมเสร็จสมอารมณ์หมาย สติผมค่อยๆกลับมา อารมณ์โกรธและน้อยใจเริ่มหายไป แต่มันช้าไปเสียแล้ว ช้าเกินไปกับสิ่งที่ผมได้ทำลงไป

 

 

 

พี่กอล์ฟทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำ หันมามองหน้าผม

สายตามองมาที่ผมก็จริง แต่ในแววตานั้นมันไม่มีผมอยู่เลย

หน้าพี่กอล์ฟนิ่งเฉย ไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากปากพี่กอล์ฟซักคำ

 

 

ในตอนแรกผมคิดว่าผมได้พี่กอล์ฟคืนมาแล้ว แต่ผมคิดผิด ผมทำอะไรที่โง่งี่เง่าบัดซบที่สุดลงไป

ผมเคยทำมันมาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องอย่างนี้

แล้วนี่มันอะไร ผมเพิ่งทำมันไปแล้วแท้ๆ ทำกับคนที่รัก คนที่สัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นมาอีก

 

 

ตอนนั้นอารมณ์รู้สึกดีชั่วความละอายใจเริ่มปรากฏ  ผมไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าพี่กอล์ฟ

ผมพยายามจะหยั่งเชิงชั่งใจพี่กอล์ฟดูว่าจะเป็นยังไง

แต่การกระทำของพี่กอล์ฟที่แสดงออกก็บ่งบอกอย่างชัดเจนว่า "ไม่มีผมอีกต่อไปแล้ว"

ผมรู้ว่าทำให้พี่หมดความมั่นใจ ความเชื่อใจในตัวผม

ผมเลยขอพี่แต่งงาน เพราะผมคิดอยู่นานแล้วว่าจะคุยกับพี่เรื่องนี้ ถึงมันจะไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาก็ตามแต่พี่กลับไม่พูด ไม่ตอบอะไรผม ทำให้ผมต้องมาลงที่ Blog เพื่อรอคำตอบจากพี่

 

 

แต่มันไม่เป็นอย่างที่ผมคิด กว่าผมจะคิดได้มันก็ช้ามากไปแล้ว แต่ถึงยังไงผมก็จะไม่ยอมเสียพี่กอล์ฟไปเป็นอันขาด ต่อให้ผมตาย ผมก็จะรั้งพี่กอล์ฟเอาไว้ให้ได้ ทุกวิถีทาง

 

 

 

ให้พี่รู้ไว้ว่าวันที่พี่จะไปจากผมได้คือวันที่ผมตายจากพี่ไปเท่านั้น

 

 

 

 

  

 

 

 

 

ปอลอ ป่อล่อ ป้อล้อ ป๊อล๊อ ป๋อล๋อ ...  ขอพักก่อนคั๊บ ทำใจเขียนยากเกิน ไว้มาต่อ

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ตามจากเล้าเป็ด
เน้นอ่านแค่ของกอล์ฟกับโก๋
อืม เท่าที่อ่านอยู่กันนานแล้ว
ทำไมยังเหมือนทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้นเลย
จริง ๆ ผู้ใหญ่ก็รู้กับทั้งสองฝ่ายแล้ว
ปัญหาคือทัศนคติแหละ ลด ๆ ลงบ้าง
คนเรามีสังคมรายรอบนอกเหนือจากคู่ชีวิต
ไม่งั้นจะมีปัญหาอีก แก้วมันร้าวแล้วต้องหลอมใหม่ 
อย่าทำให้มันร้าวบ่อย เพราะอาจจะหลอมไม่ได้อีก
double wink

#25 By ikki (223.206.93.98|223.206.93.98) on 2014-12-03 11:18

คือว่าเพิ่งได้มีโอกาสเข้ามาอ่าน
เรื่อง คุณครูสุดซ่าvsนักเรียนสุดเกรียน
ตอนนี้ อ่านถึงตอนที่ ครูกอล์ฟ สอนเส้ร็จ
ในระหว่างนั้น ก้ออย่างที่รู้ๆ กัน คือ ชาวเล้า ก้อได้รับข้อมูลข่าวสาร ณ ขณะปัจจุบันไปด้วย

ตอนแรกที่อ่านเนี่ย เราก้อแบบว่า อ่ะรัยเนี่ย นายลูกศิษย์
ไปทำอ่ะรัยไว้ฟร่ะ ทำไมสณานการณ์มันถึงได้โคม่าขนาดเน้

พอมาอ่าน ก้อแบบว่า อ่ะรัย "แค่เนี้ยะ"(อย่าเพิ่งโมโหคร่ะ ตอนนั้นมันความรุ้สึกนี้จิง ๆ อ่าน ต่อ นะ ๆ)

แค่ปิดประตูใส่เนี่ยนะ แค่เนี้ย ทำไมต้องโกรธซะ...
แต่พออ่านไปซักพัก......

อ่อ....อย่างเง้เอง
(แต่เราแอบมันส์อ่ะ)

คือจะพูดยังงัยดีหล่ะ สำหรับเราเราแล้วความรักคือการเรียนรู้ศึกษาหา
ประสบการณ์ เราเอง จนอายุขนาดนี้(อายุ 21) ก้อยังไม่เคยมีแฟน

เรยไม่รู้ว่าเวลาที่ถูกคนเรารักที่ทำลายความรู้สึกมันเป็นยังงัย
แต่เราก้อศึกษาเอาจากนิยายนะ(ช่วยได้มาก ชิมิ)
สุดท้าย อยากขอคุณทั้งคุณครูสุดซ่ากับนักเรียนสุดเกรียน
ที่เอาเรื่องราวดี ประสบการณ์การใช้ชีวิตมาเล่าสู้...

มันทำให้เรา รู้สึกว่าเราก้อมีความรักไปพร้อมกันด้วย

ปล.เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สองที่ได้เข้ามาอ่าน สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างครูกับ...

เรื่องแรกก้อเรื่องของคุณครูสีฟ้ากับน้องลักยิ้ม
ตอนที่อ่านทั้งสองเรื่อง เราก้อเกิดคำถามอย่างหนึ่งขึ้นมา

ว่าระหว่างคนที่วิ่งหาความรักกับคนที่วิ่งหนีความรัก
ฝ่ายไหนเหนื่อยกว่ากัน อ่ะรัยเป็นแรงที่ทำให้ทั้งสองฝ่าย
ต่างวิ่งตะบึ้น ได้ขนาดนี้ ก้อเรยเอาคำถามไปถามหลาย ๆ คน ก้อได้คำตอบมาหลากหลาย แต่สุดท้ายก้อไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี คงเป็นเพราะเราไม่มีประสบการณ์ตรงเรยไม่เข้าจัย

มันคงเป็น....อ่ะรัยซักอย่าง อ่ะรัยซักอย่างจริง ๆ

ไม่เข้าจัยเรย(ตอนแรกว่าไม่เข้านิดหน่อย cry)

#24 By sa-i (124.121.141.217) on 2009-10-05 15:43

อ๋อเป็นอย่างนี้นี่เองค่ะ ถึงว่าทำไมคุณครูถึงโกรธขนาดนั้น นายโก๋อย่าทำอีกน้า...แต่คงไม่กล้าแล้วล่ะเนอะ อิอิ

#23 By LArc~en~Ciel on 2008-12-30 17:49

ดีน่ะเนี่ยะ ที่มาอ่านตอนรู้ว่าดีกันแล้ววว

ไม่งั้นอาจจะเครียดกว่านี้

ปล. ดีใจด้วยน๊า ที่งานหมั้นผ่านลุล่วงไปได้ด้วยดีจ้า
ขอให้รักกันนานๆๆน่ะ ลูกหลานเต็มบ้าน แล้วก็ น่ารักกันอย่างนี้ไปนานๆๆน๊า อิอิ

#22 By cassper_W (66.90.73.125) on 2008-12-19 00:20

บทเรียนราคาแพง....

จำไว้เตือนใจก้แล้วกัน...

"โอกาส"ไม่ได้หามาง่ายๆ...

#21 By สาวตัวกลม (125.24.83.204) on 2008-12-09 22:40

ดีกันแล้วก็ดีใจด้วยนะคะ ดีใจที่กอล์ฟยกโทษให้
โก๋ยังเด็ก รักมาก หวงมาก ห่วงมาก
ฃีวิตคู่มันไม่ง่ายเหมือนบะหมี่สำเร็จรูป
บางทีต้องใช้ความอดทนระดับเทพ

เป็นกำลังใจให้ ขอให้วันคืน นับจากนี้มีความสุขและความเข้าใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามวัน เวลาที่ผ่านไป

ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าสำหรับงานหมั้นของน้องทั้งสอง

#20 By lovefic (124.121.142.247) on 2008-12-07 10:45

มาให้กำลังใจค่ะ
ถือว่าเป็นบทเรียนนะคะพี่โก๋
ดีใจมากๆเลยนะคะที่ดีกันแล้ว
สู้ๆกันต่อไปนะคะ
ดีใจด้วยกับงานหมั้น
รักกันนานๆนะคะ
มีความสุขมากๆๆbig smile

#19 By 。★゚・ K.Meii ・゚★。 on 2008-12-07 00:57

มาให้กำลังใจค่ะ

ยินดีกับงานหมั้นด้วยนะคะ

พอผ่านเรื่องร้ายๆ ไปแล้วเรื่องดีๆ ก็ตามมาเสมอ

คิดว่าเป็นแค่วูบนึงของอารมณ์ใช่มั้ยค่ะ

เป็นบทเรียนที่ต่อไปต้องใช้สติและความเข้าใจกันให้มากๆ เนอะ

ยินดีด้วยจริงๆ ค่ะ ขอให้รักกันไปนานๆ นะ

#18 By GAZESL (124.120.44.187) on 2008-12-07 00:21

ตอนนี้ดีกันรึยังคะพี่โก๋

ถ้าดีกันแล้ว...ต่อไปก็ต้องคิดถึงเรื่องนี้ให้มากๆนะ

เพราะโอกาสคงไม่มีซ้ำสองหรอก

แต่ถ้ายังไม่ดีกัน

ก็สู้ต่อไปนะคะ ง้อเรื่อยๆ แต่อย่าทำอะไรรุนแรงล่ะ

สู้เค้า ทาเคชิ! เอ๊ย พี่โก๋

#17 By icezygang (117.47.136.96) on 2008-12-06 09:53

ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับชีวิตคู่เลยนะคับ

และยังเป็นอุทาหรณ์เตือนใจเพื่อนๆ ในบอร์ดด้วยคับ

แต่ก็ดีใจและยินดีกับกอล์ฟและน้องโก๋

ที่สามารถฟันฝ่าอุปสรรคครั้งสำคัญนี้มาได้

ขอบคุณทั้งสองคนมากครับ ที่มาสอนบทเรียนแก่พวกเรา

ปล. ขอให้รักกันตลอดไปนะคับ question

#16 By Xeroz (117.47.81.119) on 2008-12-05 20:25

ดีใจด้วยจริงๆ มีงานมั้นกันด้วย ให้รักกันตลอดไปนะครับ รักกันมากๆ

#15 By เด็กชล (119.31.43.27) on 2008-12-05 19:46

ดีใจด้วยนะคระที่ดีกันแล้ว

ก้ยังเปนกำลังใจให้เสมอ


เคยทะเลาะกับแฟนเหมือนกัน

ทั้งที่ปกติก้ห่างยุแล้ว

ก้กลายเปนไม่มีตัวตน


มันเปนบทเรียนราคาแพง ที่ทำให้รุว่าเรารักเค้าเท่าไร




เกบมันไว้เปนบทเรียน

เพื่อดูแลรักของทั้ง2คนต่อไปนะคระbig smile

#14 By NuPaTT (58.9.4.88) on 2008-12-05 19:14

ก็ถือว่า...

ที่ผ่านมาเป็นบทเรียนที่สำคัญก็แล้วกัน

ขอให้ครูกอล์ฟและโก๋ใช้เรื่องราวครั้งนี้เป็นบทเรียน

ยินดีด้วยที่จะหมั้นกันแล้วนะคะbig smile big smile

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

confused smile big smile confused smile big smile confused smile big smile

#13 By Mint (114.128.106.218) on 2008-12-05 18:37

...........



...........

big smile

#12 By ครูกอล์ฟเองคร้าบ (115.67.192.105) on 2008-12-05 16:45

น้องโก๋ ดีใจด้วยที่ดีกันแล้ว
ทุกครั้งงที่เข้าไปตามข่าวของโก๋กับครูกอล์ฟก็เอาใจช่วยให้กลับมาดีกัน

เมื่อโก๋รู้ว่าผิดก็อย่าทำซ้ำอีกนะ อย่าใจร้อน
พี่กอล์ฟให้โอกาสอีกครั้งก็ต้องรักษาไว้ให้ดีนะคะ

ครูกอล์ฟขา อย่างอนมากเลยนะ
น้องโก๋ยังเด็ก บางทีก็อาจจะใจร้อน วู่วามไปบ้าง

แต่ยังไงทั้งสองคนก็รักกันไม่ใช่เหรอ

ขอให้ความรักของครูกอล์ฟกับน้องโก๋มั่นคงตลอดไป

ยินดีด้วยกับการหมั้นนะคะ

#11 By april (58.9.207.43) on 2008-12-05 12:16

คงไม่เข้ามาตอกย้ำความผิดอะไรอีก เพราะ ตัวกอล์ฟเองคงรุ้ตัวเองดีอยุ๋แล้ว แต่อยากบอกว่า เมื่อได้รับโอกาสกลับคืนมาอีกครั้ง ขอให้รักษาใมันไว้ให้ดีที่สุด ความเชื่อใจและการทะนุถนอมกันและกัน + สติ จะทำให้ความรัก และ "ครอบครัว" ของทั้งคุ่ไปรอดนะ

สู้ๆ

#10 By astral (58.9.79.213) on 2008-12-05 00:13

อ่านจบแล้ว ไม่อยากบอกว่าใครผิด..แต่ทั้งสองคนใช้อารมณ์ ด้วยกันทั้งคู่ ถ้าคนหนึ่งร้อน อีกคนหนึ่งน่าจะเย็น
ก่อน การที่ไม่พูดอะไรเลยแล้วหายไปโดยที่อีกคนไม่รู้ว่า
หายไปไหน มันน่าเป็นห่วงมากนะ ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราดู พี่ว่าทั้งคู่โชคดีกว่าหลายๆๆคู่นะ ที่ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายยอมรับ และคอยช่วยเหลือ พี่ว่าเป็นคู่ที่หลายๆๆคนอิจฉาเลยละ บางคู่อยู่กันมาจนพ่อแม่เกือบจะตายจากเราแล้ว เค้ายังไม่กล้าบอกพ่อแม่เลยว่าเค้ามีสามี หรือภรรยาเป็นผู้ชาย พวกเค้าไม่มีความสุขอย่างที่ ครูกอล์ฟและน้องโก๋เป็นอยู่หรอก ดังนั้นเก็บความผิดพลาดนี้ไว้เป็นบทเรียน โดยเฉพาะน้องโก๋เป็นวัยรุ่นใจร้อนจังเลยเคยทำผิดกับครูกอล์ฟ มาแล้วสาเหตุเดี่ยวกัน ก็พยายามอย่าทำผิดอีก ขอบคุณครูกอล์ฟที่ให้โอกาสน้องอีกครั้งทุกอย่างเวลาและความรัก มันจะเยียวยารักษาแผลที่มันเกิดขึ้นเอง วันที่ 9 เป็นวันดีจริงๆๆ นอกจากเป็นวันหมั้นของทั้งสองแล้ว ก็ยังเป็นวันบวงสรวงละคร.เศรษฐีข้างเขียง..ที่น้องต้อล ที่รักของชาว NTเล่นด้วย

ยังไงก็ขออวยพรให้มีความสุข และรักกันมากๆๆตลอดไปด้วยนะ อะไรที่อภัยให้กันได้ก็อภัยกันเถอะเพราะ..เรายังรักกันไม่ใช่เหรอ..ความรักจะทำให้น้องทั้งสองกลับมา...รักได้อีก
พี่ขอบอกเลยว่าตั้งแต่น้องทั้ง สองมีเรื่องกันพี่คนนึงที่เป็นห่วง และกังวลว่ามันจะจบอย่างไร ทุกครั้งที่เข้าไปอ่านเรื่องที่น้องโก๋โพส ก็จะขอพรจากพระเจ้าให้ทั้งสองคนกลับมาคืนดีกัน และขอให้พระเจ้าดลใจให้น้องกอล์ฟใจอ่อนลงด้วย ตอนนี้ก็ขอบคุณพระเจ้าไปเรียบร้อยแล้ว
อีกอย่างต้องขอบคุณ..น้องกอล์ฟที่ยกโทษ และให้โอกาสน้องโก๋
ขอบคุณ..น้องโก๋ที่มีความอดทน และมีรักมั่นคงต่อครูกอล์ฟ

ตอนนี้อยากขอพรจากพระเจ้าอีกและ..อยากให้น้องครูกอล์ฟ ที่แสนงอนเนี่ย ลดการงอนลงมาหน่อย รู้สึกพักหลังจะขี้งอนมากกกกกกกกกกกกกก


ป๋อหลอ.. แอบอ่านเรื่องเค้ามาตั้งนานยังไม่ได้สมัครสมาชิกเลยเดี๋ยวจะไปสมัครและจะใช้ log in ชื่อนี้
แล้วไว้จะเข้าไป reply ให้เป็นเรื่องแรกเลย นะจ๊ะ ยังไงครูกอล์ฟหายงอน อารมณ์ดีแล้วก็มาสอนเด็กๆๆและ สว กันต่อนะ รออยู
big smile

#9 By love nt19 (58.9.197.152) on 2008-12-05 00:10

น้องโก๋ ต่อไปก็ตั้งสติดีๆ นะ อย่าให้ความโกรธครอบงำ
จนทำร้ายทั้งโก๋ทั้งครูกอล์ฟ

โก๋ ยังเด็กอยู่ อารมณ์ร้อนแรง หุนหัน

ครูกอล์ฟ ค่อยๆ ใจเย็นๆ เตือนน้องนะคะ
บางครั้งก็รับฟังเค้าสักนิด แล้วก็ค่อยๆ พูดจากัน
น่าจะช่วยผ่อนหนักให้กลายเป็นเบาได้


ดีใจด้วยมากๆ สำหรับข่าวดี
วันที่เก้า ฤกษ์ดี สำหรับทั้งคู่
ที่จะก้าวเดินไปด้วยกัน
ค่อยๆประคับประคองกันไป
เป็นกำลังใจให้นะคะ

รักกัน...รักกัน

#8 By ranny (124.120.123.63) on 2008-12-04 23:25

นี่เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับ น้องโก๋ เลยนะค่ะ

แต่บางครั้ง ก็อาจมีแบบนี้มาทดสอบความรักบ่อย ๆ อยู่ที่คน 2 คน ว่าจะมีสติผ่านไปได้สักแค่ไหน

อารมณ์ชั่ววูบ มันผ่านมา แล้วผ่านไป แต่ก็ทิ้งร่องรอยไว้ให้เราเจ็บปวดมากกว่าที่คิด ดังนั้น ก่อนจะทำอะไรลงไปก็ขอให้คิดให้ดีก่อน มีสติ คิดให้รอบคอบนะ

แล้วก็ต่อปาย มันก็จะเป็น "ครอบครัว" มากขึ้น และคำ ๆ นี้มันก็หมายถึง คน 2 คน นะ คน 2 คน ร่วมกันสร้าง ร่วมกันดูแล ร่วมกันแต่งเติม ร่วมกัีนเผชิญปัญหา

ก็หวังว่าน้องทั้งสอง จะร่วมกันสร้างครอบครัวที่อบอุ่นนะ

รักกันให้มากมาก

รักทั้ง 2 คนนะ

#7 By Power** (124.120.30.25) on 2008-12-04 23:24

เป็นบทเรียนราคาแพง แต่มันก็คุ้มค่า เป็นการเตือนสติให้
น้องโก๋ ต้องระวังการกระทำและอารมณ์ให้มากขึ้น และ
ยังต้องเรียนรู้ กันและกันอีกมาก กับการใช้ชีวิตคู่แบบของชาวเรา แต่ถ้าทั้งสองประคับประครองกันไปได้ มันก็
ไม่มีอะไรที่แปลกแยกไปจากความรักของชายหญิงทั่วไป

เป็นกำลังใจให้นะครับ และยินดีด้วยกับการหมั่นในวันที่
9 ธันวาคม ตามที่ได้รู้มา open-mounthed smile

#6 By wan (125.26.68.250) on 2008-12-04 22:39

ลืมเขียน

แต่ลงท้ายแบบนี้ก็ดีนะ

#5 By ฿฿- Try -฿฿ on 2008-12-04 22:18

นี่ละน้องโก๋ บทเรียนสำคัญของชีวิต

การใช้อารมณ์มันก็เป็นเหมือนดาบสองคมละครับ

บทเรียนครั้งนี้ล้ำค่ามากนะครับ เกือบต้องสูญเสียคนรักไปซะแล้ว

ในเมื่อคุณกอล์ฟเค้าให้โอกาสอีกครั้ง ก็ขอให้รักษาโอกาสนั้นไว้ดีดีนะครับ

ยินดีด้วยนะครับที่จะหมั้นกันแล้วbig smile

#4 By The Lover (124.120.109.200) on 2008-12-04 22:17

..........
ตอนท้ายนี้ผิดเต็มๆนะเนี้ยเรา......


แต่ถ้า.....กันแล้วน่าจะมีอะไรดีขึ้นมากกว่านะ



แต่อ่านจบแล้วบ้างครั้ง
เวลาที่เราอยากรั้งใครสักคนให้อยุ่กะเรามากขึ้น
อาจทำให้ยิ่งไกลขึ้นก็ได้ เพราะหลายๆอย่างในตัวเรา
ที่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบเดิมที่เค้ารุจักเรา


แต่ก็ไม่ได้บอกให้ปล่อยนะ
แต่ที่อ่านที่ว่ามาในบล็อคนี้
ดูเหมือนจะมีแต่อะไรแย่ลงมากกว่า
หยุดบ้างก็ดีนะจะได้รุว่า จริงๆแล้วเราควรทำอะไรจริงๆ


ต้องถามว่า
อยากได้ความรักแบบนี้จริงๆเหรอ?

#3 By ฿฿- Try -฿฿ on 2008-12-04 22:16

ภาพน่ารักมากเลยอ่ะ

ดีกันก้ดีแล้ว ขอให้รักกัน และเข้าใจกัน

มีอะไรก้เปิดใจคุยกันเน้อ

รักครูกอล์ฟและน้องโก๋

#2 By (222.123.43.248) on 2008-12-04 22:13

ทราบว่าดีกันแล้ว ดีใจด้วยมากมายครับพี่ชาย ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้เสมอ เพียงแค่เราเชื่อมั่นและศรัทธาในความรัก

บทเรียนเป็นสิ่งล้ำค่านะครับพี่ บางเหตุการณ์อาจจะเกิดขึ้นเพื่อเป็นบททดสอบว่าคนสองคนมีความรักความเข้าใจให้กันมากแค่ไหน ถ้าช่วยช่วยกันจนผ่านมันไปได้ คุณค่าของความรักก็จะมั่นคงและยิ่งใหญ่มากยิ่งขึ้น

เป็นกำลังใจให้เสมอครับ

#1 By ต้นไม้สีฟ้า on 2008-12-04 21:40